ไฟรักไฟแค้น
เนื้อเรื่องย่อ
ดาหวันสาวน้อยลูกมหาเศรษฐีผู้หยิ่งทรนง ต้องพบกับชีวิตอันพลิกผันเมื่อพ่อล้มละลาย
ทำให้เธอพบกับชายหนุ่มที่แสนจะรังเกียจในความจน แต่สุดท้ายเธอก็แพ้ใจเขา ธรรณทร ชายหนุ่มที่เฝ้าดูแล
เมื่อเธอไม่เหลือใครและต้องต่อสู้กับชีวิตเพียงลำพังในบ้านหลังเล็ก เธอมีเพียงพี่สาวที่ถูกพ่อขับไล่ เพราะหล่อนเลือกที่จะ
แต่งงานกับชาวญี่ปุ่นฐานะปานกลางคนนึง ส่งเสียเลี้ยงดู จึงตัดสินใจไปเรียนต่อญี่ปุ่นเมื่อจบม.ปลาย
การไปครั้งนั้นทำให้เธอได้พบกับฮิเดกิ น้องชายของพี่เขย และเธอก็เลือกที่จะทรยศ ธรรณทร โดยไม่ตั้งใจ
ดาหวันแต่งงานและมีลูกกับฮิเดกิ แต่เธอไม่อาจตัดใจจากธรรณทรได้ จึงกลับมาเมืองไทยเพื่อบอกลา
เหตุการณ์กลับไม่ง่ายดังที่คิด เวลาผ่านไป 3 ปี ดาหวันไม่กล้าบอกความจริง จนกระทั่ง ฮิเดกิตายจากไป
ความจริงจึงเปิดเผย ความแค้นที่ธรรณทร มีต่อดาหวันเกิดเป็นไฟแค้นโชติช่วง
เขาหาทางทำลายเธอให้เจ็บปวดเช่นเดียวกับเขา โดยการแต่งงานกับศิริมา ดาหวันหนีไปอยู่ญี่ปุ่นและมีลูกกับธรรณทรโดยที่เขาเองก็ไม่รู้
19 ปี ผ่านไป ทาเคชิ บุตรชายของดาหวันเกิดมารักชอบกับปานตะวัน บุตรสาวของธรรณทร โดยที่ทั้งคู่ไม่รู้ว่าเป็นพี่น้องกัน
เหตุการณ์นี้ไม่มีใครรู้นอกจากดาหวันและยูซึกิบุตรชายคนโตของดาหวัน
ทาเคชิเดินทางไปเมืองไทยเพื่อขอปานตะวันแต่งงาน โดยไม่รู้ว่ามีพี่ชายคอยกีดกันความรักอยู่
ความรักจึงกลายเป็นความแค้นเมื่อพี่น้องต้องฆ่ากันเอง
เมื่อความจริงปรากฎ ทาคิชิสำนึกผิดที่ฆ่าพี่ เขาไม่อภัยให้แม่ตัวเองและเกลียดชังผู้หญิงทั้งโลก
ความแค้นทำให้เขากลายเป็นน้ำแข็งที่เย็นชา เมื่อเขาเจอ ธิติมา หรือซึมิเนะ เขาจึงใช้ความแค้นทำลายเธอ
ความดีของเธอจะดับไฟแค้นนี้ได้หรือไม่ โปรดติดตาม
ตอนที่ 1
ตรู้ด ๆ ๆ ๆ เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นอยู่หลายครั้งโดยไม่มีผู้รับสาย มีแต่เสียงตอบรับปลายทางว่า ดาหวันพูดค่ะ ตอนนี้ไม่อยู่บ้าน อีกหลายวันจะกลับ
ฝากข้อความแล้วจะโทรกลับทีหลังนะค่ะ
"ไงค่ะ อดีตคนรักคุณไม่รับสายอีกตามเคย"เสียงหญิงสาว ดังขึ้นตามมาหลังจากยืนมองดูอยู่หน้าประตูห้องทำงาน ธรรณทร
คู่หมั้นหนุ่มหน้าตาบูดบึ้งทันที เมื่อไม่สามารถกดโทรศัพท์หาอีกฝ่ายนึงได้ เขาเงยหน้ามองหล่อนอย่างไม่สบอารมณ์ แล้วต่อว่าทันที
"คุณศิ ถึงคุณจะเป็นคู่หมั้นผมก็ใช่ว่าผมจะอนุญาติให้คุณเข้ามาได้ตามชอบ "ว่าแล้วก็ลุกออกจากห้องทำงานสุดหรู เดินหนีไป
"ใช่สิค่ะ ฉันไม่ใช่อดีตคนรักคุณ ทำอะไรก็ผิดหมด"หล่อนตอบกลับ
"ผิดแล้วล่ะ คุณศิริมา ดาหวันเขาไม่ใช่อดีต แต่เป็นทั้งปัจจุบันและอนาคตของผมต่างหาก"
นึกถึงอดีตเมื่อครั้งยังเยาว์วัย
ในตรอกซอย เล็ก ๆ แห่งนึง ใจกลางกรุงเทพฯ สาวน้อยร่างบางยืนอยู่หน้าทาวเฮ้าท์หลังเล็ก ๆ ขนาด 30 ตารางวา หน้าบ้านมีสวนหย่อมเล็ก ๆ
มองดูแล้วเดินไม่ถึงสิบก้าวก็ถึงหน้าประตูบ้าน ผิดกับแต่ก่อน ที่ต้องนั่งรถเบนซ์คันหรูเข้าไปเท่านั้น ขณะที่สาวน้อยหน้าตาผิวพรรณขาวสะอาด
ยืนมองด้วยหัวใจที่อ่อนล้า ใบหน้าหม่นหมองไร้อารมณ์อยู่นั้น
เสียงของหญิงสาวแม่บ้านผู้เคยดูแลคฤหาสถ์ก็สอดแทรกขึ้นมาทำให้อารมณ์หม่นหมองของสาวน้อยต้องชะงักงัน "ถึงแล้วค่ะคุณหนู
ต่อไปคุณหนูต้องอยู่ที่นี่นะค่ะ นี่เป็นสมุดบัญชีที่คุณหนูใหญ่ฝากให้ แล้วบ้านหลังนี้ก็เป็นบ้านหลังเดียวที่คุณผู้ชายเหลือไว้ให้ค่ะ "
"ฉันต้องอยู่ที่นี่คนเดียวหรือ"สาวน้อยเอ่ยเสียงอ่อย ใบหน้าที่เคยส่อแวว เย่อหยิ่ง จองหอง ได้หายไปหมดสิ้น
"ใช่แล้วค่ะ คุณหนู หลังจากคุณผู้หญิงกับคุณผู้ชาย ล้มละลายจนต้องฆ่าตัวตาย ก็เหลือบ้านกับเงินจำนวนน้อยให้ไว้เท่านั้น นี่คือที่อยู่โรงเรียน
และนี่ที่อยู่ของคุณหนูใหญ่เก็บไว้ดี ๆ นะค่ะ ฉันต้องไปแล้ว ขอให้คุณหนูโชคดี"
สาวน้อยรับของจากมือแม่บ้านแล้วเดินเข้าไป เหม่อมองไปนอกหน้าต่างห้องนอน มองดูไปบ้านข้าง ๆ เห็นเด็กหนุ่มวัยเดียวกัน
นั่งอ่านหนังสืออยู่หน้าบ้าน ก็จำได้เป็นเพื่อนที่โรงเรียนติว ที่หล่อนเคยดูถูกเอาไว้ ไม่น่ามาอยู่ข้างบ้านเลย
แต่สาวน้อยต้องชะงักหลบทันทีเมื่อคนที่แอบมองบังเอิญมองขึ้นมาแล้วเห็นหล่อนก็ยิ้มให้ แต่ผู้ถูกมองกลับไม่ยินดีด้วยเลย
กริ้ง ๆ ๆ ๆ เสียงออดหน้าบ้านดังขึ้น ใครกันนะมากดอยู่ได้ ตะวันยังไม่พ้นฟ้าเลย หล่อนงัวเงียลุกจากเตียงแล้วเดินไปเปิดประตู
"นายเอง มารบกวนอะไรฉันแต่เช้า"หล่อนหาวหวอด ทักผู้มาเยือน
"คุณอยู่โรงเรียนเดียวกับผม แม่บ้านของคุณเค้าเป็นป้าผม ได้ฝากให้ผมมาดูแลคุณ ไปอาบน้ำ แต่งตัวเถอะ เดี๋ยวเราจะได้ไปด้วยกัน"
"แหมช่างบังเอิญจังนะ" หล่อนเบ้ปาก " เรื่องอะไรมาสั่งฉัน ไม่ไปหรอก โรงเรียนแบบนั้น
น่าเบื่อ"ว่าแล้วก็ปิดประตูใส่ผู้มาเยือนแล้วเดินหนีเข้าบ้านหน้าตาเฉย
ธรรณทร ยืนร้องเรียกอยู่นานหล่อนก็ไม่ตอบ และไม่ยอมเดินออกมา
หลายวันผ่านไป ก็ไม่ยอมไปโรงเรียน ธรรทรเฝ้าเวียนวนเอาการบ้านและหนังสือมาใส่ที่กล่องรับจดหมายทุกวัน
จนดาหวันเริ่มใจอ่อน วันเวลาผ่านไป
ใจที่แข็งกระด้าง เย่อหยิ่ง เริ่มเปลี่ยนเมื่อดาหวันพบว่า ธรรณทร เป็นเพื่อนบ้านที่แสนดี คอยช่วยเหลืออยู่เสมอ
จนทั้งสองเริ่มมีใจให้แก่กัน แต่ด้วยวัยเพียง 16 ปี ทำให้ทั้งสองได้ทำสัญญาใจให้แก่กัน
3 ปี ผ่านไป
"ดาหวัน จะไปเรียนต่อที่ญี่ปุ่น ธรรณต้องรอหวันกลับมานะ"
"ตกลง ธรรณจะรอหวันกลับมา ไม่ว่าเมื่อไหร่และนานแค่ไหน"
ธรรณทร สวมแหวนที่นิ้วนางข้างซ้ายของดาหวัน แล้วจูบที่หน้าผากเบา ๆ ดาหวันมองแหวนในมือด้วยท่าทางที่เขินอายกับรอยจูบอุ่น ๆ นั้น
.........................................................
ตอนที่ 2
"ดาหวัน เราจะพาลูกกลับไปประเทศไทยไหม"เสียงผู้พี่เอ่ยขึ้นหลังจากที่จัดงานศพ ของ ฮิเดกิ เสร็จสิ้น ในห้องโถงโล่ง ๆ
ที่ขณะนี้มีเด็กน้อยอายุ 3 ขวบ วิ่งเล่นไปมา
หญิงสาวปราดน้ำตาที่นองหน้า "คุณปู่คุณย่าคงอยากให้ยูซึกิ อยู่ที่นี่มากกว่า ก็ดีค่ะ ดาจะได้กลับมาอยู่กับลูก
ขอเวลาดาจัดการเรื่องที่เมืองไทยเสร็จสิ้นก่อน"มองดูกระดาษในมือทีเขียนเป็นภาษาไทย
"ดาหวันที่รัก ผมจะเลิกขี่มอเตอร์ไซด์ แล้ว จะบินไปหาคุณที่เมืองไทย เราจะอยู่ด้วยกัน 3 คน พ่อแม่ลูก รักนะคนดี"
เมื่อ 5 ปีก่อน
เสียงร้องกรี๊ดดังลั่นบ้าน ทำให้ผุ้เป็นเจ้าของบ้านและพี่สาวต้องตื่นออกมาดูด้วยความตกใจ
"เกิดอะไรขึ้น"ทั้งสองมองหน้า ดาหวัน
"อยู่ ๆ ใครก็ไม่รู้ค่ะ มานอนในห้องดา ตอนนี้ยังเรียกไม่ตื่นเลย"
ทั้ง 3 เดินเข้าห้องของดาหวัน แต่ก็คลายความตกใจไปได้เพราะคนที่นอนอยู่นั้น คือฮิเดกิ น้องชายคนเดียวของพี่เขยนั่นเอง
ฮิเดกิออกจากบ้านไป เพราะไม่ยอมสืบทอดกิจการทางบ้านแต่รักที่จะเป็นสตั้นท์แมน และรักการแข่งมอเตอร์ไซด์เป็นชีวิตจิตใจ
ทำให้เขาต้องทะเลาะกับพี่ชายแล้วออกจากบ้านไป
"พี่ครับ ผมไม่มีที่อยู่ ให้ผมอยู่ที่นี่เถอะนะ" ผู้เป็นน้องชายเอ่ยขอร้องพี่ชาย
"ก็ได้ แกอยู่ก็ได้ แต่ห้ามแตะน้องเมียข้าเด็ดขาดนะเว้ย"พี่ชายกำชับเสียงหนักแน่น
ฮิเดกิ เหลือบมองดาหวัน แล้วพูดเป็นทำนองหยอกเล่น "ผมไม่ชอบจอแบน พี่ไม่ต้องห่วงหรอกน่า"
ดาหวันไม่รู้ว่าเขาพูดอะไร ได้แต่มองแบบข่นเคืองที่นายคนนี้ถือวิสาสะเข้ามานอน เพราะเมื่อก่อนเป็นห้องตัวเอง
4 ปี ผ่านไป ทั้ง 2 เป็นไม้เบิ่อไม้เมาถกเถียงกันประจำ ลึก ๆ แล้ว ดาหวันก็เริ่มมีใจให้ฮิเดกิ แต่เพราะสัญญาที่ให้ไว้กับธรรณทร
ทำให้หล่อนไม่อาจเลือกใครได้ คืนหนึ่ง พี่สาวและพี่เขยไม่อยู่บ้านทำให้ดาหวัน ต้องอยู่ตามลำพังกับฮิเดกิ คืนนั้นทั้ง 2
ทะเลาะกันเพราะดาหวันบอกว่าจะกลับเมืองไทย ทำให้ฮิเดกิ กลัวที่จะสูญเสียดาหวัน จึงปลุกปล้ำเธอ
ดาหวันไม่อาจจะขัดขืนเพราะใจที่รักอย่างเปี่ยมล้นแต่ก็รู้สึกเสียใจกับการผิดสัญญากับธรรณทร
3 เดือนต่อมาทั้ง 2 แต่งงานและมีลูกด้วยกัน
ด้วยคำสัญญาที่ให้ไว้กับธรรณทร ทำให้หญิงสาวรู้สึกผิดอยู่ตลอดเวลา
จึงตัดสินใจกลับไปเมืองไทย เพื่อบอกความจริง แต่แล้ววันเวลาและความใกล้ชิด ไม่อาจทำให้ดาหวันทำตามนั้นได้ ความรู้สึกที่มีให้แก่ชายสองคน
ทำให้ดาหวันกลายเป็นหญิง 2 ใจ ความขมขื่นทุกข์ระทมไม่อาจจางหายไปจากใจได้ หล่อนปล่อยเวลาผ่านไป วันแล้ว วันเล่า จน 3 ปี ผ่านไป
เมืองโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น
"ดาขอให้คุณเลือก ระหว่างฉันกับมอเตอร์ไซด์ ถ้าคุณไม่เลือกฉัน เราก็เลิกกัน"
"ขอเวลาผมได้ไหมดา แค่ครั้งสุดท้าย แล้วเราจะสร้างครอบครัวด้วยกันอยู่กัน 3 คน พ่อแม่ลูก" ฮิเดกิเอ่ยขอร้องดา
"ในที่สุดคุณก็ไม่เลือกฉัน" ดาหวันพูดพรางหยดน้ำตาได้ไหลรินลงมาอาบแก้ม ฮิเดกิรักการแข่งขันเป็นชีวิตจิตใจ ตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกัน ไม่เคยมีเวลาให้ ไม่เคยได้ไปเดทด้วยกัน ได้เจอกันเฉพาะอยู่บ้านเท่านั้น ถ้าไม่ใช่เพราะลูก ดาหวันก็คงไม่กลับมา แต่แล้วทุกอย่างก็ไม่เป็นดังที่เธอคิด เมื่อคนที่เธอตัดสินใจเลือก เป็นเขา แต่เขากลับไม่เลือกเธอ ดาหวันเข้าใจผิดคิดว่า ฮิเดกิ ไม่รักตน จึงหนีขึ้นรถไป ผิดด้วยหรือที่หล่อนเรียกร้อง รึว่ามันมากเกินไป สำหรับผู้หญิงคนหนึ่ง ครอบครัวที่อบอุ่น การอยู่พร้อมหน้าได้ไปเที่ยว พักผ่อนด้วยกัน นี่หล่อนเรียกร้องมากไปหรือเปล่า หล่อนคิดในใจเป็นมโนภาพของหญิงช่างเพ้อฝันคนหนึ่ง แล้วก็เหลือบไปเห็นมอเตอร์ไซด์ คันหนึ่งขับตามเธอมา แน่นอนต้องเป็นเขา ด้วยความธิฐิ หล่อนจึงบอกโชเฟอร์ ให้ขับหนีไปอย่างเร็ว
และแล้วเหตุการณ์ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น รถของเขาประสพอุบัติเหตุ ประสานงากับรถส่งของ ร่างของฮิเดกิกระเด็นไปไกล นอนหงายแน่นิ่ง อย่างที่ไม่มีวันกลับมาทะเลาะกับดาหวันได้อีกแล้ว และนั่นก็เป็นครั้งสุดท้ายจริง ๆ
...........................................................................
ตอนที่ 3
ณ ร้านอาหารริมแม่น้ำเจ้าพระยา บรรยากาศยามเย็นพระอาทิตย์กำลังคล้อยตกดิน ส่องแสงดีแดงอำไพ ดาหวันหญิงสาวผู้บอบช้ำไปทั้งหัวใจ นั่งรอชายคนนึง เหงื่อไหลไปทั่วร่าง ทั้งๆ ที่บรรยากาศที่เย็นสบาย สุดแสนจะโรแมนติก แต่ทำไมหล่อนช่างร้อนรน กระวนกระวายเช่นนี้ แน่ละเพราะสิ่งที่หล่อนกำลังจะบอกชายคนรัก คงไม่ดีแน่สำหรับเขา และแล้วเวลานั้นก็มาถึง เมื่อชายที่ปราถนาอยากพบเจอ ได้มายืนอยู่ตรงหน้า พร้อมด้วยกุหลาบสีแดงช่อใหญ่ ใบหน้าเขามีรอยยิ้มเปล่งประกาย บ่งบอกถึงอารมณ์ที่สดใส แต่อีกไม่กี่วินาที ต่อไปนี้ ใบหน้าเขาจะเป็นเช่นไร นะ หล่อนคิดยิ้มแบบจาง ๆ เชื้อเชิญให้เขานั่งลงตรงหน้า
"ที่ดานัดคุณมาวันนี้ ก็เพราะมีเรื่องบางอย่างที่อยากจะบอกคุณค่ะ"
"เรื่องนี้ คงสำคัญมาก คุณถึงได้นัดผมมาพบในที่ที่โรแมนติกเช่นนี้"เขายิ้มกระเซ้าแหย่หญิงสาว
"แต่ถ้า มันเป็นเรื่องคอขาดบาดตายละค่ะ"
ชายหนุ่มหน้าเจื่อนเล็กน้อย งงเล็กน้อยกับสิ่งที่หญิงสาวเอ่ย
"ไม่เป็นไรครับ ผมรับฟังได้"
หญิงสาวยังคงนั่งนิ่ง จนสิบนาทีผ่านไป หล่อนก็ถอดแหวนที่นิ้วนางข้างซ้ายออกมาแล้วยื่นให้แก่เขา
"ผมไม่เข้าใจ หมายความว่าไงดา รึว่าคุณกังวลเรื่องผมกับศิริมา ไม่เป็นไรนะ ทางนั้นผมจะคุยกับคุณแม่เอง"เขาสาธยายอย่างยาว สีหน้าตกใจเล็กน้อย
"ฟังน่ะค่ะ ธรรณ ดาแต่งงานและมีลูกแล้ว ตอนนี้สามีของดาเขาเสียชีวิตแล้ว ดาเป็นห่วงลูกค่ะ"
"อะไรนะ คุณล้อเล่นรึเปล่า" เขาพูดอย่างไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน
"มันเป็นเรื่องจริงค่ะ ดาขอโทษที่ผิดสัญญา" น้ำตาของหล่อนไหลรินอาบแก้ม กี่ครั้งแล้วที่ดวงตามันต้องบอบช้ำ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า กับความลังเลของตัวเอง
ธรรณทร ไม่สามารถตอบอะไรได้ ความโกรธแค้นประดังเข้ามาในหัวใจ นี่เขาโดนหลอกโดยที่ไม่รู้อะไรเลย มันเหมือนมีเข็มสักพันเล่มทิ่มตำหัวใจ เหมือนดั่งสายฟ้าฟาดเข้ากลางหน้า พายุแห่งความพิโรธ ทำให้ใบหน้าเขาแดงก่ำกัดฟันดังกร่อด ๆ เขามองหล่อนอย่างเหยียดหยาม หญิงใจง่ายอย่างหล่อน ไม่น่าได้ใจเขาไปเลย ชายหนุ่มหยิบแหวนที่วางอยู่ตรงหน้าแล้วโยนมันทิ้งลงแม่น้ำไป เขาเดินหนีจากหล่อนไป ทิ้งให้หล่อนนั่งนิ่งอยู่คนเดียว
อ่านต่อ